Trans

G-Dragon Interview for NYLON...(Oldish)

posted on 11 Jul 2011 20:45 by 1-2december2009  in Trans

 

 

NYLON Sept. Issue - G-Dragon Interview

 

 

 

UNDER COVER; G-DRAGON

ก่อนที่ทีมงานถ่ายทำของ Nylon จะมาถึง พวกเขากำลังถ่ายทำฉากอื่นกันอยู่ Jiyong ซึ่งกำลังถ่ายภาพเพื่อถ่ายปกโซโลอัลบัมของตัวเองอยู่ ฉากที่เต็มไปด้วยเส้อคลุมสีขาวและเข็มที่กระจัดกระจายถูกเก็บกวาดอย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มถ่ายภาพกัน  Jiyong ถูกแต่งหน้าให้ดูเข้มขึ้น  concept ในอัลบัมชุดใหม่ของ Jiyong คือผมบลอนด์ แต่ Jiyong ต้องการให้เก็บเป็นความลับจนกว่าอัลบัมใหม่จะถูกปล่อยออกมา Jiyong บอกว่า เขาจะต้องใส่หมวกสีดำตลอดเวลาแม้กระทั่งในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว Jiyong เป็นคนที่ฉลาดและสุขุมมากกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ Jiyong จะสนุกสนานกับการโพสท่าต่างๆไปรอบๆในการถ่ายภาพโดยที่ช่างภาพไม่ต้องบอกว่าให้โพสท่ายังไง  ช่างแต่งหน้า Im Hae-Kyung บอกว่า Jiyong เป็นนายแบบผู้ชายคนแรกที่เขาแต่งหน้าให้ ดังนั้นเขาจึงต้องการให้การแต่งหน้าออกมาครั้งนี้ให้ดูแล้วรู้สึกถึงความแข็งแกร่งขึ้น   “เนื่องจากว่า Jiyong มีดวงตาที่ค่อนข้างเรียวเล็ก เราจึงเน้นที่ดวงตาและยิ่งตอนนี้ Jiyong จะต้องถ่ายแบบเพื่อทำปกด้วยแล้ว เจาจึงต้องเน้นที่ขอบตาเพื่อให้ดูแข็งแรงมากขึ้นด้วย กุญแจหลักของภาพลักษณ์ที่ออกมาในวันนี้คือผมบลอนด์ ดังนั้นฉันจึงต้องทาลิปสีอ่อนๆให้ Jiyong “  ฉันถาม Jiyong ว่า ไม่หิวหรือว่าเหนื่อยบ้างเหรอ? เพราะว่าฉันเห็น Jiyong ถ่ายภาพมาตั้งแต่เช้าโดยทียังไม่ด้านอะไรเลย  Jiyong ตอบมาอย่างลูกผู้ชายว่า “พลังงานผมเหลือเฟือมากครับ และผมก็คิดว่าการถ่ายภาพเหมือนเป็นการเล่นสนุกของผมอย่างนึง ผมสนุกกับมันมากเลยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรเลย เพราะมีคนอยู่รอบข้างมากมายที่ทำงานอยู่ด้วยกัน”  และ Jiyong จะต้องเปลี่ยนสถานที่เพื่อไปบันทึกเสียงสำหรับโซโลอัลบัมของ Jiyong

 

 

 

THE SUMMER BIRTHDAY BOY

เขาบอกว่าไม่อยากจะทำให้มันเป็นเรื่องอีกทึกใหญ่โตอย่างที่เด็กเค้าทำกัน  แต่คุณก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณก็รู้สึกตื่นเต้นและไม่รู้สึกอะไรเลยไปพร้อมๆกัน วันเกิดครบ 22 ปี ความฝันที่จะมีโซโลอัลบัมเป็ฯของตัวเองตั้งแต่เด็กก็กำลังจะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว และนี่คือเด็กผู้ชายธรรมดาและหนุ่มน้อยผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่กำลังฮอตมากในช่วงนี้  แล้วเราก็กำลังจะได้พบกับเขาคนนั้นที่มีวันคล้ายวันเกิดในวันนี้

 

Nylon : ถ้าเรามาดูรูปถ่ายเก่าๆของคุณที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าแต่ละภาพมีความโดดเด่นอยู่มากมาย เมื่อคุณดูรูปเหล่านั้นแล้วคุณคิดว่ามันเหมือนตัวคุณเองมั๊ย? คุณพยายามทำให้มันไม่เหมือนตัวคุณเองหรือเปล่า?

Jiyong : มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมไม่ได้พยายามทำให้ไม่เหมือนตัวผม แต่ผมพยายามทำให้มันมีการตอบรับ(feedback) และอากแสดงให้เห็นในอีกหลายๆด้านในตัวผม เช่นท่าทีที่กำลังโกรธอยู่แล้วก็กลับมายิ้ม  ผมคิดว่าการถ่ายรูปมันสนุกดีครับ

 

Nylon : คุณมักจะชอบโพสท่าแบบแปลกๆหรือทำผมเหมือน Dragonball ด้วย

Jiyong : ใช่ครับ ผมชอบทำตัวอิสระเวลาถ่ายภาพครับ

 

Nylon : ฉันกำลังแปลกใจกับเสื้อผ้าที่คุณกำลังใส่อยู่ตอนนี้จัง

Jiyong : หมวกไหมพรมสีดำอันนี้ได้มาจาก Chip Monday (คนแปล : Cheap Monday หรือป่าวจียง?) เข็มกลัดสีแดงที่ติดอยู่บนหมวกผมซื้อาจากญี่ปุ่น แล้วอันที่เห็นอยู่นี้ผมได้มันมาจากร้านที่เพื่อนของเพื่อนผมเป็นเจ้าของอยู่ตอนที่ผมไป London กับสไตลิสต์ของ 2NE1 ซึงโฮ กับพี่จีอึน (สไตลิสต์ Bigbang) เสื้อกล้ามตัวนี้จาก  Ann Demeulemeester มันเป็นเสื้อผ้าชิ้นที่เก่ามากแล้วจริงๆนะ         มันเป็นชิ้นที่แพงากที่สุดี่ซื้อในตอนนั้นในตอนที่มี Bigbang ใหม่ๆ กางเกงสีเหลืองตัวนี้เห็นครั้งแรกในร้านของ John Gilliano ใน London และผมก็ซื้อมันมา  รองเท้านี้จาก Vans ผมชอบรองเท้าสไตล์วินเทจ ทุกวันนี้ผมเลยใส่มันบ่อยมาก

 

Nylon : Kwon Jiyong ที่ใส่เสื้อผ้าล้ำหน้าที่สุดใน Seoul จะชอบใส่เสื้อผ้าสบายๆมากกว่ามั๊ย?

Jiyong : ผมใส่เสื้อผ้าไซส์เล็ก และส่วนมากก็จะล้ำหน้ากว่าคนอื่นอยู่เยอะ ฮ่าๆ จะเหมือนๆกันทั้งตอนที่ใส่ในชีวิตประจำวันและใส่บนเวที ผมมักจะแต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าและเปลี่ยนอยู่หลายครั้งก่อนจะออกไปข้างนอก แม้จะออกไปแค่ซุปเปอร์มาเก็ต (หัวเราะ)  แต่เดี๋ยวนี้ผมก็อยากใส่เสื้อผ้าสบายๆบ้าง  ตอนนี้เหมือนกับว่าแฟชั่น hip-hop กำลังเข้ามากินพื้นที่ในวงการแฟชั่นบ้างแล้ว  อย่างเช่นคอลเลคชั่นของ Givenchy ของทุกอย่างที่ทำออกมาค่อนข้างจะไซส์ใหญ่ขึ้น  ซึ่งมันเป็นเทรนด์ที่กำลังมาในตอนนี้

 

Nylon : ฉันได้ยินมาว่าคุณไม่แคร์ที่จะใส่เสื้อผ้าไซส์ของผู้หญิงถ้าเสื้อผ้านั้นดูดี แล้วฉันก็รู้สึกว่ามันจะมีอยู่ในการถ่ายทำของวันนี้ด้วย แล้วคุณก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้มันดูเทห์หรือหล่อ

Jiyong : เพราะว่ามไม่ใช่คนหล่อนี่ครับ พี่ TOP ต่างหากที่หล่อ สมาชิก Bigbang ทุกคนดูเป็นมิตรมากกว่าหล่อครับ อย่าง Daesung ผมเคยพูดต่อหน้าเขาว่า “ผมไม่ได้ดูดีที่สุด แต่ Deasung ก็ไม่ได้หล่อ   Daesung รู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่ดูดีที่สุด พวกเราไม่แคร์เรื่องหน้าตา อย่างแฟชั่นที่ใช้ถ่ายทำในวันนี้มันเป็น concept : ผมทำตาม concept ตามที่สต๊าฟฟให้ผม ผมไม่ได้พยายามทำให้หน้าตาผมออกมาดูดีหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าทอย่างนั้นมันทำให้ภาพและเครื่องแต่งกายดูหมดความหมายไป ก่อนหน้านี้ผมเคยต้องการให้ตัวเองดูดีเวลาถ่ายรูป  แต่ผมไม่ใช่เป็นคนที่ดูดีที่สุด เลยไม่อยากให้มันออกมาแบบนั้น การพยายามทำตัวให้ดูดีเกินไปมันไม่เหมาะกับผมจริงๆ

 

Nylon :  แบรนด์ไหนที่คุณชอบมากที่สุดในตอนนี้? คุณคิดว่าคุณจะทำได้มั๊ยว่าถ้ามีใครบอกให้คุณใส่เสื้อผ้าแค่แบรนด์เดียวตั้งแต่นี้ไป?

 Jiyong : ตอนนี้ผมชอบ Givenchy ถ้าจะให้ผมเลือกใส่แค่แบรนด์เดียวตอนขึ้นเวทีผมเลือก John Galliano แต่ถ้าให้ใส่ในชีวิตประจำวันผมเลือกใส่ Givenchy  ผมชอบเสื้อผ้าของ Givenchy จริงๆนะ

 

Nylon : คุณมีเสื้อผ้ามากเท่าไร? คุณจัดเก็บเสื้อผ้าคุณอย่างดีใช่มั๊ย แล้วถ้ามันหายไปซักชิ้นคุณจะรู้มั๊ย?

Jiyong : ตอนนี้ผมมีเสื้อผ้าเยอะมากๆครับ  และมันก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพราะผมซื้อเพิ่มตลอด (หัวเราะ)  จริงๆที่บ้านผมมี 2 ห้องที่ไว้เก็บเสื้อผ้า  เสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาว ผมจะแยกไปเก็บไว้ที่บ้านพ่อกับแม่ แล้วตอนนี้พื้นท่ในห้องไม่พอสำหรับเก็บเสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อนแล้ว ดังนั้นผมจึงต้องพับแล้วไปเก็บไว้ที่อื่นบ้าง  ผมเป็นคนที่เก็บของเรียบร้อยครับ ไม่ว่าผมจะทำเพลงหรือว่าทำอะไรผมจะไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้ถ้าหากว่ามีบางอย่างอยู่ผิดที่ผิดทาง(อย่างเช่นเครื่องบันทึกเสียงถูกเปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิม) มันค่อนข้างรบกวนจิตใจผมเหมือนกันทั้งที่มันเป็นเรื่องเล็กน้อย

 

Nylon : Haha คนเป็นคนเรียบร้อยอย่างร้ายกาจเลย

Jiyong : ( Jiyong วางเครื่องบันทึกเสียงไว้ที่เดิมเนื่องจากมันถูกวางไว้เบี้ยวๆ) ผมค่อนข้างเป็นโรคจิตนิดๆนะ  แต่มันก็โอเคนะถ้าจะมีบางคนที่จะวางของทุกอย่างของผมไว้ให้ถูกทาง  เพื่อนของผมจะประหลาดใจทุกครั้งเวลาไปบ้านของผม

 

Nylon : ฉันคิดว่าคุณคงไม่ใส่เสื้อผ้าซ้ำรอบสองแน่เพราะคุณมีเสื้อผ้ามากมายซะขนาดนี้

Jiyong : ถ้าคุณเห็นเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้ คุณจะเห็นได้ว่าแฟชั่นในยุค 80’s ได้กลับมาอีกครั้ง  ผมชอบที่จะเอาเสื้อผ้าเก่าๆมามิ๊กซ์กัน แม่ของผมเป็นคนที่แต่งตัวดีมาก  เธอซื้อเสื้อผ้าให้ผมเยอะมาก ดังนั้นผมจึงชอบที่จะไปห้างสรรพสินค้ากับเธอมากๆ บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลนึงที่ว่าทำไมผมจึงชอบเสื้อผ้ามากๆ เธอจึงรู้สึกเสียดายมาจนทุกวันนี้เวลาที่ผมซื้อเสื้อผ้ามากเกินไป  แม่ของผมเคยทำเสื้อผ้าให้ผมด้วยเหมือนกันนะครับ เธอเอาแจ๊คเก็ตยีนส์มาตัดๆแล้วก็แปะๆ พวกเราชอบไป Peace Market (แหล่งขายเสื้อผ้า) ด้วยกันมากครับ ผมซื้อเสื้อผ้ามากมายจากร้านเสื้อผ้าของยายที่อยู่ใน Hwanghakdong อย่างเสื้อกล้ามตัวนี้ (ผู้แปล : คงจะเป็นเสื้อที่ซื้อมานานแล้ว)  ปกติผมจะไม่ทิ้งเสื้อผ้าที่ผมซื้อ มันดูเหมือนเสื้อผ้าที่หลุดเทรนด์ไปแล้วแต่ผมก็ยังใส่มันและจะทำให้มันดูดีขึ้น  ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใส่มันหรือเปล่า

 

Nylon : คุณจะใส่เสื้อผ้าที่ออกมาใหม่ล่าสุดบนเวทีใช่มั๊ย? ฉันเคยได้ยินมาว่าเวลาคุณไปช๊อปปิ้ง คุณจะโทรหาสไตลิสต์และถามว่า “สายไปแล้วที่จะซื้อันแล้วใช่มั๊ย?”

Jiyong : ผมไม่รู้นะ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนเดียวที่คิดมากกับเรื่องนี้ แต่สำหรับเสื้อผ้าที่ใส่บนเวทีแล้วผมพยายามแสดงให้ทุกคนเห็นสิ่งที่ใหม่ที่สุดเสมอ ผมก็ไม่ค่อยชอบใส่อะไรที่เหมือนกับคนอื่นเหมือนกัน เพราะถ้าเมื่อการดีไซน์นั้นถูกเผยแพร่ออกมาสู่สายตาประชาชนแล้วนั่นก็หมายความว่าได้มีคนอื่นใส่มันแล้ว  ผมพยายามที่จะเจอมันก่อนที่คนอื่นจะเห็น

 

Nylon : บางทีนั่นอาจจะเป็นเพราะว่าคุณเป็นสไตล์ไอคอนที่มีอิทธิพลที่สุด

Jiyong : มันเขินนะที่จะบอกว่าเป็น “สไตล์ไอคอน” ...(หัวเราะ) ผมแค่ชอบเสื้อผ้า ; คำนั้นมันดูยิ่งใหญ่ไปสำหรับผม

 

Nylon : ฉันคิดว่าคุณค่อนข้างที่จะชอบมันซะอีก แต่ฉันคงคิดผิด

Jiyong : เป็นเพราะว่าผมคิดมาตลอดว่า “ผมจะต้องได้ใส่เป็นคนแรก?”

 

Nylon : เมื่อตอนที่ Bigbang ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกแปลกใจมากจริงๆที่เห็นว่าทุกคนใส่อะไรที่เหมือนกัน คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นเด็กตัวเล็กๆก็ใส่เสื้อผ้าเหมือนที่พวกคุณเคยใส่?

Jiyong : มันเรื่องน่าแปลก แต่ผมก็ยังรู้สึกอายอยู่ดีเวลาได้ยินคำว่า “Bigbang Style” อย่างเช่นเวลาที่พวกเขาเรียกแว่นตาที่พี่ TOP ใส่ว่า แว่นตา TOP , ทรงผมที่ผมทำก็จะเป็น ทรงผม G-Dragon ผมรู้สึกขินเวลที่พูดกันแบนั้น เวลาผมเล่นอินเตอร์เน็ท ผมเห็นคนเยอะแยะเลยที่เหมือนผม  ฮ่าๆ  เอาความจริงเลยนะ มันไม่ใช่เรื่องง่านเลยที่จะใส่เสื้อผ้าเหมือนที่ผมใส่บนเวทีในชีวิตประจำวันได้ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกเวลาที่ผมเห็นคนใส่เสื้อ้าแบบนั้นได้ มันก็ดีนะที่มีคนทำอะไรเหมือนผมได้ แต่ผมก็ยังรู้สึกขัดๆกับคำว่า Style Icon อยู่ดี

 

Nylon : คุณถูกวิพากย์วิจารณ์อย่างหนักตอนที่คุณใส่เสื้อที่มีคำว่า ‘Sex’ คุณคิดบ้างมั๊ยว่าพวกเขามีปฏิกิริยาต่อต้านมากเกินไป?

Jiyong : ผมเคยอยากใส่เสื้อแบบนั้นมาก่อน ผมพยายามหามันอยู่ 2 หรือ 3 ปี แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเจอ แต่อยู่มาวันนึงพี่ Jieun ไปงานประกาศรางวัลงานนึง แล้วซื้อมันมาจากร้านขายของมือสอง ผมดีใจมาก พอได้มาผมก็ใส่มันเลย ตอนที่เราใส่อะไรปกติแล้วเราไม่ค่อยได่ใส่ใจอ่านหรอกว่ามันเขียนว่าอะไรบนนั้น ความจริงผมไม่เห็นว่ามันพูดว่าอะไรบนเสื้อนั้น แต่ถ้าคุณเป็นคนเห็นรูปคุณจะเป็นคนเห็นและอ่านมัน  มันเป็นความผิดของผมเองที่ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผมขอโทษเพราะว่ามันทำให้คนอื่นที่เห็นมันแล้วรู้สึกไม่สบายใจ  แต่จริงๆนะ ผมไม่เข้าใจจริงๆ

 

Nylon : ถ้าคุณมีโอกาสได้ขึ้นแสดงกับ Lady GaGa ที่ใส่เสื้อผ้าได้น่าตกใจกว่าคุณ คุณจะใส่เสื้อผ้าแบบไหน?

Jiyong : ผมคิดว่าผมจะใส่เสื้อผ้าที่เรียบร้อยและทันสมัย เพราะถ้าเราทั้งสองคนใส่เสื้อผ้าเหมือนกันแล้วพวกเราอาจจะดูเหมือนเอเลี่ยน

 

Nylon : ในวันที่แมกกาซีนนี้วางแผงโซโลอัลบัมของคุณก็ออกมาวันเดียวกันด้วยเช่นกัน  คุณบอกว่าคุณทำเพลงอย่างที่คุณอยากทำ แล้วมันเป็นยังไงคะ?

Jiyong : ใน TV ผมจะดูค่อนข้าง”แรง” ใช่มั๊ย? “บ้า”?  ผมเดาว่านั่นคืออีกด้านนึงของความมั่นใจที่สุดของผมเวลาอยู่ใน TV แต่เมื่อเวลาผมอยู่คนเดียว ผมต้องการจะโชว์อีกด้านที่แตกต่างของผมให้ทุกคนเห็น ซึ่งมันอยู่ในเพลงที่ผมร้องอย่างสบายๆพร้อมกับเล่นกีตาร์ไปด้วย อัลบัมนี้เป็นอัลบัมที่ผมเตรียมมาตั้งแต่อายุ 13 บางส่วนก็มาจากไดอารี่ที่ผมบันทึกไว้ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ถ้าคุณได้ฟังเพลงในอัลบัมคุณก็จะสามารถรู้ได้ว่าผมใช้ชีวิตอย่างไรและผมคิดอย่างไรกับข้อกล่าวหาที่ผมไม่สามารถพูดอะไรได้

 

Nylon :คุณทำทุกอย่างด้วยตัวคุณเองใช่มั๊ย? คุณเป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มของคุณเองด้วย

Jiyong : ท่านประธาน Yang Hyunsuk จะคอยดูแลผมทุกอย่าง ที่ผมทำก็ออกแบบอัลบัม, รูปภาพ, concept, เสื้อผ้า, ออกแบบท่าเต้นและก็เพลง(ซึ่งจียงไม่ได้ทั้งเองทั้งหมดทุกเพลง)  แต่ผมไม่ได้เรียบเรียงเพลงเองทั้งหมดทุกเพลง ส่วนใหญ่แล้วผมทำเพลงร่วมกับคนอื่น

 

Nylon : แล้วคุณพอใจมั๊ย?

Jiyong : ผมไม่แน่ใจเมื่อทุกอย่างมันยังไม่จบแต่ผมทำงานหนักมาก  ตอนที่เราต้องทำกิจกรรมที่ญี่ปุ่นถ้ามีเวลาซักนึงวันที่ว่างผมก็จะกลับเกาหลีในตอนเช้าแล้วก็ทำงานทั้งวันแล้วก็กลับไปญี่ปุ่นตอนกลางคืน ผมไม่ได้ทำแค่อัดเสียงเท่านั้นแต่ผมต้องประชุมในเรื่องการทำมิงสิควิดีโอ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในอัลบัมและอะไรอีกหลายๆอย่างด้วย  ผมประชุมบ่อยมากจนได้ชื่อเล่นใหม่ว่า Kwon Bujang ( bujang = ผู้จัดการ)

 

Nylon : มีบทความที่ว่าคุณได้มีภาวะซึมเศร้าตอนที่เตรียมโซโล่อัลบัมใหม่ของคุณเนื่องจากคุณโดนโจมตีอย่างหนัก คุณรู้เรื่องพวกนี้มั๊ย?

 Jiyong : ผมใช่คนประเภทที่จะออกมาอธิบายเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นผมก็แค่ปล่อยให้มันผ่านไป  แต่ผมก็ไม่ใชคนที่จะจมอยู่กับเรื่องสะเทือนใจ  ผมอยู่เงียบๆไประยะนึงเพราะผมต้องเตรียมการทุกสิ่งทุกอย่าง  บางทีนั่นอาจจะทำให้ผมดูเหมือนผมซึมเศร้า...

 

Nylon : สำหรับบางเรื่องแล้วคุณเป็นคนนึงที่มีเรื่องอะไรมากมาย คุณมีความสามารถพิเศษมากมาย คุณได้เจอคนดีๆมากมาย คุณเกิดมาในช่วงที่ยุคสมัยที่พร้อมที่จะให้คุณแสดงความสามารถพิเศษที่คุณมีอยู่  อย่างนี้แล้วจึงมีข่าวลือด้านลบเกี่ยวกับคุณออกมามากมายอย่างเช่น ข่าวเกี่ยกับภาวะซึมเศร้า, การแต่งเพลง ect.  ที่มีข่าวลืออย่างนั้นเป็นเพราะคุณเป็นคนดัง คุณไม่รู้สึกวิตกบ้างเหรอ?

Jiyong : ใช่ว่าพวกเขาจะเชื่อถ้าผมออกมาอธิบายทุกสิ่งทุกอย่าง; ผมได้แต่หวังว่าหลังจากนี้บางครั้งพวกเขาจะยอมรับผมในฐานะ “คนที่ทำงานอย่างหนักคนนึง”  ผมคิดว่าแนวทางแก้ปัญหาคือผมพยายามไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่ามันค่อนข้างที่น่าผิดหวังก็ตาม ถึงแม้ว่าผมจะดูเป็นคนไม่ค่อยจริงจังเท่าไรในทีวีแต่ผมเป็นคนทำงานหนัก เวลาที่คนอื่นนอนหลับผมเขียนเพลง  ผมแทบจะไม่ได้นอนเลย ผมหมายถึงว่าทำไมพวกเขาถึงเกลียดผมมากขนาดนั้น ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ผมก็ยังเจ็บปวดมาจนทุกวันนี้

 

Nylon : คุณมีความพยายามที่จะทำอะไร?

Jiyong : เวลาผมทำอะไรผมก็จะทำอยู่อย่างนั้น เวลาไม่อยากทำอะไรก็จะไม่ทำ ตั้ง 10ปีมาแล้วจนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังจมอยู่เพลงและเสื้อผ้า เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ผมอยู่ชั้นมัธยม ผมเคยซื้อและทำมันขึ้นมาเนื่องจากว่าผมไม่มีอะไรจะทำ ผู้คนจะมองผมในฐานะ Bigbang  แต่ถ้าผมมีเวลาตอนที่ไม่ได้ออกทีวี เวลาว่างของผมค่อนข้างเยอะ  บางครั้งผมก็ออกไปเจอกับเพื่อนๆบ้าง เพราะว่าที่บ้านไม่มีอะไรให้ทำจริงๆ เวลาผมเขียนเพลงออกมาเยอะแยะนั้นจริงๆแล้วมันใช้ได้ในอัลบัมจริงแค่ไม่กี่เพลงหรอก คือ..ผมไม่รู้จะอธิบายกระบวนการออกมายังไงดี ในความเห็นของผมนะผมคิดว่าอยากให้นักฟังเพลงได้ฟังแต่เพลงที่ดีที่สุดเท่านั้น

 

Nylon : คุณมีวิธีการเริ่มต้นกระบวนการทำงานอย่างไรให้แตกต่างจากนักร้องไอดอลคนอื่นๆ? อะไรที่ทำให้คุณคิดเริ่มที่จะ ”ทำ” เพลงขึ้นมา

Jiyong : ผมชอบเต้น อย่างในทีวีคนทีเป็นนักร้องก็เต้นได้ ผมไม่คิดจริงๆนะว่าการร้องเพลงมันเจ๋ง แต่ท่อนแร๊พที่พวกเขาพูดกันเร็วๆสิมันน่าทึ่ง  ตอนผมอยู่เกรด 4 พ่อของเพื่อนรักของผมเป็นหัวหน้าที่ทำงานางด้านดนตรีของ MBC  ที่บ้านของเขามีซีดี แผ่นเสียง และก็เทปมากมาย เมื่อผมไปบ้านเขาบ่อยๆผมก็เลยได้ฟังเพลงป๊อปมากมายไปโดยปริยาย ผมทึ่งมากตอนที่ได้ฟังเพลงของ Wu Tang Clan เป็นครั้งแรก มันแตกต่างจากเพลงที่ผมเคยฟังมาอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่นั้นมาผมจึงเขียนเพลงด้วยตัวเองขึ้นและทำ MRs (คนแปล : ไม่รู้จริงๆว่า MRs คืออะไร มันน่าจะเป็นการบันทึกเสียงลงโดยที่ไม่มีดนตรีหรือป่าว???  ไม่รู้ๆๆๆๆค่ะ) และเข้าค่ายฝึกซ้อมที่โรงเรียน เมื่อเรื่องนี้ได้ยินไปถึง YG ผมจึงถูกพาตัวมาคัดเลือก ผมมาที่นี่เพื่อทำในสิ่งที่ผมรัก

Nylon : คุณไม่คิดว่าคุณเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษบ้างเหรอ?

Jiyong :  ผมก็คิดอย่างนั้นนะครับเพราะว่าถ้าผมไม่มีความสามารถอะไรเลย ผมก็ไม่คิดว่าผมจะทำอะไรอย่างนี้ได้  ผมพยายามอย่างมากด้วยเหมือนกัน แต่ผมก็คิดว่าผมมีความสามารถพิเศษมากกว่าคนอื่นนิดนึงนะ

 

Nylon : คุณมีคนที่คุณยกย่องที่คุณคิดว่าเค้ามีความสามารถพิเศษจนคุณไม่สามารถตามเค้าทันมั๊ย?

Jiyong : ไม่มี ผมไม่ได้พูดว่าผมป็นคนที่น่าประหลาดใจหรืออะไรทั้งสิ้นแต่ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาก็เป็นแค่คนธรรมดาและผมก็คิดว่าผมสามารถกลายเป็นเพื่อนกับพวกเขาได้ ผมรู้จักกับดีเจที่กลายมาเป็นเพื่อนกันตอนที่ผมทำกิจกรรมอยู่ที่ญี่ปุ่น  เพื่อนของเขาเป็นเพื่อนกัน Kanye West และ Pharrell Williams ถ้าผมออกไปเที่ยวกับพวกขาผมก็จะได้เพื่อนใหม่จากพวกด้วยเช่นกัน  ผมคิดว่าคุณสามารถเป็นเพื่อนกับใครก็ได้ตราบเท่าที่คุณยังชอบเสื้อผ้าและดนตรีเหมือนกัน ผมไม่มีบุคคลที่ผมอยากจะเหมือนเค้าแต่คนส่วนมากคิดว่าคนที่ผมคิดถึงอยู่จะต้องเจ๋ง ผมคิดว่าคนที่มีความสุขกับการตั้งใจทำงานเป็นคนที่ดีที่สุดแล้ว

 

Nylon : KAWS เป็นอีกคนนึงที่คุณคิดว่าเค้าใช่มั๊ย? คุณพูดว่าคุณอยากทำงานร่วมกับเค้า

Jiyong : ทำให้ Louis Vuitton  หรือวงดนตรีอินดี้ ด้วยลายเส้นที่ไม่เป็นระเบียบของเขาสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นแนวทางของตัวเค้าเองได้ทุกอย่าง  ผมคิดว่าการจัดระเบียบความคิดของเขามันเจ๋งมาก ผมอยากทำงานร่วมกับเขาเพราะผมคิดว่าเขาจะทำงานกับผมได้โดยไม่มีอคติ

 

Nylon :  อะไรคือมาตฐานของคนที่จะมาเป็นเพื่อนกับคุณนอกจากเรื่องของแฟชั่นและดนตรี?

Jiyong : เขาจะต้องเป็นเพื่อนของเพื่อนผม......(คนแปล : T^T…)

 

Nylon : ดังนั้นจะต้องได้รับการแนะนำจากคนนึงไปยังอีกคนนึง

Jiyong : จริงๆแล้วผมไม่ชอบที่จะเจอคนใหม่ๆ; ผมจะไปที่ที่ผมเคยไปมาแล้ว  ผมหวังว่าพวกเขาจะเป็นคนที่ยอมรับฟังเหตุผลของคนอื่น ผมไม่ชอบคนที่”เสแสร้ง”ที่ภายในจิตใจต่างจากการกระทำ  ผมหวังว่าพวกเขาจะสามารถคุยทุกอย่างกับผมได้ไม่ว่าตอนผมอารมณ์ดีหรือไม่ดี เพื่อนของผมเป็นแบบนั้น  สำหรับพวกเขา ผมไม่มีอะไรอยู่แล้ว  ค่อนข้างน้อยมากที่เพื่อนของผมจะได้มาจากการถ่ายทำ(คนแปล : ทำงานร่วมกัน)

 

Nylon : คนเหล่านั้นคือคนที่ฝึกซ้อมมาด้วยกัน? เพื่อนใช่มั๊ย?

Jiyong : ใช่ครับ  ฮ่าๆ เพื่อนผมเอง เวลาเพื่อนเจอผมพวกเขาจะสบถออกมาก่อนเลย เพื่อนผมเห็นผมเป็นควอนจียง ไม่ใช่G-dragon เวลาที่คนเอาใจใส่ดูแลผมในฐานะคนดังผมไม่สามารถกลายเป็นเพื่อนสนิทกับพวกเขามากกว่านี้ได้อีก

 

Nylon : ช่วงนี้คุณชอบฟังเพลงอะไร?

Jiyong : เพลงของ Kim Heunggook เพลง “Yellow Butterfly” เวลาผมใส่กางเกงสีเหลืองผมก็อยากฟังเพลงนี้ มันรู้สึกตื่นเต้นดี หรือบางทีอาจจะให้ความรู้สึกแบบ Kim Heunggook “Reggae Party”?

 

Nylon : คุณมีรอยสักที่แขนและที่หลัง คำเหล่านั้นหมายความว่ายังไงบ้าง?

Jiyong : ที่แขนขวาผมสักคำว่า “Vita Dolce” และที่แขนซ้ายสักคำว่า “Moderato”  สนุกสนานกับการใช้ชีวิตที่แสนหวานและการมีชีวิตที่เรียบง่าย  ที่หลังของผมสักคำว่า”too fast to live, too young to die” เป็นคำพูดของ Sid Vicious  มีความหมายว่า “ใช้ชีวิตเสื่อมโทรมมากเกินไปแต่ก็เด็กเกินไปที่จะตาย” มันเหมือนเรื่องของผม ผมมักจะสักก่อนที่ผมจะได้ประสบคามสำเร็จกับการตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ไว้ ผมต้องการจะสักอีกสักอันสำหรับอัลบัมนี้แต่ผมไม่รู้จะสักตรงไหนดี

 

Nylon : แล้วคุณคิดประโยคนั้นไว้หรือยัง?

Jiyong : “Head and thinking cold, heart hot” ประโยคนี้เป็นแรงบันดาลใจของผมมาตั้งแต่เด็กแล้ว

 

Nylon : โอ...ใช่ คุณใช้อายครีมแล้วหรือยัง?

Jiyong : ยังเลยครับ

 

 

เมื่อเราเห็นรูปแบบการแต่งตัวของไอดอลกรุ๊ปที่พวกเขาใส่เสื้อกล้ามม แจ็คเก๊ต และเสื้อกันฝนแบบทหารที่เหมือนกันทั้งหมด ถึงมันจะดูดีแต่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้คุณอยากใส่เสื้อผ้าแบบนั้น   Bigbang เป็นวงที่ใส่เสื้อผ้าทำให้เราอยากเลียนแบบที่มีกฏของรูปแบบของแฟชั่นอยู่ 2 ข้อคือ  หนึ่ง- คุณสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และข้ออื่นคือ- เสื้อผ้าที่แตกต่างกันของสมาชิกแต่ละคนจะต้องเน้นให้ความสำคัญอย่างเป็นพิเศษ สไตลิสต์ Jieun จะเป็นคนกำหนดมันขึ้นมา กว่า 70% ของเสื้อผ้าทั้งหมด ไม่ได้ทำให้ดูเหมือนเด็กผู้ชายที่เอาเสื้อผ้าของพ่อมาใส่ บางที่นี่อาจจะเพียงพอแล้วที่ทำให้เราได้รู้จักกับ Phenomenon, Swangger และ Henrik Vibskov ที่เป็นแบรนด์แฟชั่นที่คนไม่รู้จักชื่อได้

 

Nylon : ชุดที่คุณใส่บนเวทีแล้วรู้สึกสลดใจที่สุดคือ?

Jiyong : ชุดที่ใส่ใน “Last Farewell” ชุดพวกนั้นทำให้ผมสับสน

 

Nylon : ไอเทมอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของ Bigbang?

Jiyong : High top sneakers และก็กางเกงพองๆ ผมไม่รู้เลยว่ากางเกงตัวใหญ่ๆพองๆจะกลายมาเป็นที่นิยมได้

 

Nylon : เสื้อผ้าแบบไหนเหมาะกับสมาชิกคนไหนมากที่สุด?

Jiyong : สำหรับจียงก็สกินนี่ยีนส์ แทยังก็หมวก New Era กับเชิร์ตสีขาว   แดซองก็ไรเดอร์แจ๊คเก็ท  ท๊อปก็สูทแจ๊คเก็ท ซึงรีก็ต้องแจ๊คเก๊ทเสริมไหล่

 

Nylon : สมาชิกคนไหนที่ทำเสื้อผ้าสกปรกที่สุด?

Jiyong : TOP….

                                                                                                                                                                                                                                                     

 

 

 

 

 

Credit:

Original article from NYLON magazine.
Magazine scans from bbflow.
Scan by 한숨 @ bbflow, retouching by 보니 @ bbflow

Translations by Beau @ bbvipz, bbvip
Minor edits by Lucy Miao @ BBVIP

Soompi

edit @ 15 Aug 2011 19:00:04 by Notable Jiyong

Notable Jiyong View my profile